ชาวไทยจำนวนสองในสามคนเชื่อว่าหุ่นยนต์จะแย่งงานไปจากเราหลายคน

ชาวไทยจำนวนสองในสามคนเชื่อว่าหุ่นยนต์จะแย่งงานไปจากเราหลายคน
โดย

การสำรวจครั้งใหม่ของ YouGov เผยว่า 56% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปีเชื่อว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานของพวกเขาได้ดีเทียบเท่ากับพวกเขาเป็นอย่างน้อย

วิสัยทัศน์แห่งสังคมแบบยูโทเปีย ที่หุ่นยนต์ทำงานทั้งหมดในระหว่างที่มนุษย์เพลิดเพลินกับการพักผ่อนนั้นส่วนใหญ่ผ่านมาแล้วก็หายไป การพัฒนาทางพันธุศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์หมายถึง การที่หุ่นยนต์อาจเป็นฝ่ายทำลายการดำรงชีวิตในกลุ่มประชากรหมู่มาก โดยการวิจัยเมื่อไม่นานนี้ได้แนะนำว่าราวๆ 45% ของกิจกรรมที่ผู้คนได้รับการว่าจ้างให้ทำอาจเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติในอีกไม่กี่สิบปีนับจากนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่จาก YouGov Omnibus เผยว่าชาวไทยคาดหวังสิ่งที่ดีอย่างระมัดระวังเมื่อพิจารณาผลกระทบที่หุ่นยนต์มีต่อสังคม โดยรวมแล้ว 73% ของชาวไทยเชื่อว่าหุ่นยนต์ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น และสามในสี่คนเห็นพ้องว่าหุ่นยนต์สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์ไม่ต้องการทำ

เกือบ 8 ใน 10 ของผู้คนต้องการให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดแทนพวกเขา

ชาวไทยส่วนใหญ่ยินดีที่จะเปิดรับหุ่นยนต์เข้ามาในชีวิตของพวกเขา โดยมีเพียง 1 ใน 25 คนที่บอกว่าไม่ต้องการหุ่นยนต์

จากรายการหน้าที่ที่เป็นไปได้ทั้ง 12 รายการ หน้าที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับหุ่นยนต์คือการช่วยทำความสะอาดบ้าน โดยมี 77% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าต้องการเช่นนั้น ตัวเลือกอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมคือ การรักษาความปลอดภัย (ถูกเลือกโดย 67% ของผู้ตอบ) และการช่วยเหลือในที่ทำงาน (ถูกเลือกโดย 49%)

ดูเหมือนว่าผู้หญิงและผู้ชายจะเห็นพ้องต้องกันในเชิงกว้างเกี่ยวกับการใช้งานหุ่นยนต์สำหรับงานบ้าน ถึงกระนั้นก็ตาม พวกเขาค่อนข้างจะเห็นต่างมากกว่าเกี่ยวกับการใช้งานหุ่นยนต์สำหรับงานต่างๆ เช่น การขับรถ (35% ของผู้ชายต้องการใช้หุ่นยนต์เพื่อการนี้ เทียบกับ 28% ของผู้หญิง) การดูแลผู้สูงอายุ (ต้องการโดย 30% ของผู้ชายและ 24% ของผู้หญิง) และการจัดการการเงิน (ต้องการโดย 17% ของผู้ชายแต่เพียง 12% ของผู้หญิง)

 

1 ใน 10 คนเชื่อว่าหุ่นยนต์จะทำงานของพวกเขาได้ดีกว่าที่พวกเขาทำได้

และแม้ว่าชาวไทยจะเล็งเห็นประโยชน์ที่อาจได้รับจากหุ่นยนต์ พวกเขายังตระหนักถึงภัยอันตรายที่หุ่นยนต์มีต่อโอกาสในการจ้างงานของผู้คนก็ตาม สองในสามของชาวไทยเห็นด้วยว่าหุ่นยนต์จะแย่งงานไปจากเราหลายคน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผู้คนหลายคนในขณะนี้ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคามโดยหุ่นยนต์ในที่ทำงาน โดยมีเพียง 1 ใน 10 ที่เชื่อว่าหุ่นยนต์อาจทำงานของพวกเขาได้ดีกว่าที่พวกเขาทำได้

คนรุ่นใหม่มีความแน่ใจน้อยกว่าในจุดยืนของพวกเขาในที่ทำงาน ในขณะที่ 35% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปีคิดว่าหุ่นยนต์จะไม่สามารถทำงานของพวกเขาได้ดีกว่าพวกเขาเอง 40% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีมีความคิดในทางกลับกัน นอกจากนี้ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปียังมีแนวโน้มมากกว่าที่จะคิดว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานของพวกเขาได้ดีเทียบเท่ากับที่พวกเขาทำได้เป็นอย่างน้อย โดย 56% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปีเชื่อว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานของพวกเขาได้เทียบเท่าหรือดีกว่าที่พวกเขาทำได้ โดยมี 53% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-44 ปี และ 50% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีที่เชื่อแบบนั้น

นับเป็นความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าเมื่อหุ่นยนต์มีแนวโน้มที่จะมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของเรา โดย 8 ใน 10 ของชาวไทยที่เห็นด้วยว่าหุ่นยนต์ควรได้รับการควบคุมอย่างระมัดระวัง และเสนอแนะว่าฝ่ายควบคุมจำเป็นต้องกำหนดแนวทางใหม่ที่ยากกว่ากับความพยายามในการเพิ่มพูนประโยชน์ที่ได้รับจากเทคโนโลยีใหม่ให้ได้มากที่สุด โดยไม่เป็นการลดทอนโอกาสและ/หรือรายได้ของพลเมือง

*ข้อมูลนี้เก็บรวบรวมทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 11 ถึง 28 กันยายน พ.ศ. 2560 จากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามของ YouGov กว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นสัดส่วนทางสถิติที่แสดงถึงประชากรออนไลน์ ขนาดตัวอย่าง: 2,720

แหล่งที่มาของภาพ: Getty Image