90% ของผู้หญิงไทยที่มีอาการปวดประจำเดือนบอกว่าอาการดังกล่าว มีผลต่อความสามารถในการทำงานของพวกเขา

90% ของผู้หญิงไทยที่มีอาการปวดประจำเดือนบอกว่าอาการดังกล่าว มีผลต่อความสามารถในการทำงานของพวกเขา
โดย

งานวิจัย YouGov เปิดเผยว่าเพียง 46% ของผู้หญิงที่อาการปวดประจำเดือนมีผลต่อความสามารถในการทำงานแจ้งให้นายจ้างของพวกเขาทราบ

Culture Machine ซึ่งเป็นบริษัทในมุมไบ ปรากฏในข่าว เมื่อเร็วๆ นี้โดยเสนอโอกาสให้พนักงานหญิงหยุดงานวันแรกที่ประจำเดือนมา 

ผู้หญิงในประเทศไทยมากถึง 92% กล่าวว่าพวกเขามีอาการปวดประจำเดือนและในบรรดาผู้หญิงที่ปวดประจำเดือนและทำงานเหล่านั้น 90% กล่าวว่าอาการปวดประจำเดือนมีผลต่อความสามารถของพวกเขาในการทำงาน

แต่เพียงน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (46%) ของผู้หญิงไทยที่ผลการทำงานได้รับผลกระทบจากอาการปวดประจำเดือนยอมรับกับนายจ้างว่าผลการทำงานของพวกเขาได้รับผลกระทบจากอาการปวดประจำเดือน 17% บอกนายจ้างว่าปัญหาที่เกิดจากอาการปวดประจำเดือนเกิดจากเหตุผลอื่น ในขณะที่ 38% ไม่ได้กล่าวอะไรเลย (ผู้หญิงจำนวนมากในกลุ่มนี้อาจไม่ให้นายจ้างพวกเขารู้ว่าเขารู้สึกไม่สบายแต่แรก)

 

ผู้หญิงคิดว่าเป็นการยากกว่าที่จะทำงานเนื่องจากอาการปวดประจำเดือนในลักษณะใด

หกในสิบ (61%) พบว่าอาการปวดประจำเดือนมีผลกับความสามารถของพวกเขาในการทำงานโดยอาการปวดประจำเดือนทำให้มีสมาธิได้ยากขึ้น ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ (24%) ต้องหยุดพักระยะสั้นๆ เนื่องด้วยอาการปวด และ 43% ต้องกลับบ้านก่อนเวลา (21%) หรือหยุดงาน (21%) เนื่องจากอาการปวด

สังคมยอมรับช้าว่าอาการปวดประจำเดือนอาจเป็นปัญหาสำคัญสำหรับการทำงานของผู้หญิง ถึงแม้ทัศนคติจะดูเหมือนกำลังเปลี่ยนไป นอกจากการกระทำของ Culture Machine ประเทศต่างๆ เช่นเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซียและญี่ปุ่นยัง มีกฎหมายอยู่ ที่อนุญาตให้ผู้หญิงลางานได้เมื่อมีประจำเดือน (ถึงแม้จำนวนวันลาพักสูงสุดเนื่องจากอาการปวดประจำเดือนจะอยู่ที่สามวันในไต้หวัน) 81% ของผู้หญิงไทยสนับสนุนมาตรการคล้ายกันที่กำลังมีการแนะนำ

*ข้อมูลนี้เก็บรวบรวมทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคมถึง 7 กันยายน พ.ศ. 2560 จากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามของ YouGov กว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นสัดส่วนทางสถิติที่แสดงถึงประชากรออนไลน์    ขนาดตัวอย่าง: (ประเทศไทย n = 1,037)