68% ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่ามีปัญหาเกี่ยวกับข่าวปลอมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

68% ของประชากรในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่ามีปัญหาเกี่ยวกับข่าวปลอมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
โดย

“ข่าวปลอม” เป็นหนึ่งในวลีซึ่งเป็นที่นิยมในปี 2017 คำนี้ซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว ได้กลายเป็นคำที่ได้รับความนิยมและเป็นสำนวนพูดทั่วไปสำหรับผู้ถ่ายทอดสด ผู้บรรยายและผู้บริโภคในทุกวันนี้

จากงานวิจัยใหม่ของ YouGov บริษัทวิจัยออนไลน์ชั้นนำของโลกได้เผยว่าประชากรส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า “ข่าวปลอม” เป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าส่วนที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริงนั้นยากที่จะระบุแบบเฉพาะเจาะจง

โทรทัศน์คือแหล่งข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือมากที่สุด

การศึกษาพบว่าผู้บริโภคมองว่าโทรทัศน์เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือมากที่สุด โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนสามในสี่ (75%) ที่ให้ความเชื่อถือในโทรทัศน์ไม่มากสุดก็น้อยสุด ลำดับต่อมาคือวิทยุ (เชื่อถือโดย 70%) และหนังสือพิมพ์ (68%) ขณะที่สื่อดิจิทัลเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุด (60%)

ถึงกระนั้นเอง ผู้บริโภคยังยอมรับว่าแหล่งข้อมูลเหล่านี้อาจมีส่วนในการกระจาย “ข่าวปลอม” แม้ว่าจะมีการรายงานระดับความเชื่อถือในโทรทัศน์ในระดับสูง เกือบครึ่งหนึ่ง (47%) ของผู้สอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีปัญหาเกี่ยวกับข่าวปลอมทางโทรทัศน์ มีรายงานจำนวนเท่ากันเกี่ยวกับ “ข่าวปลอม” ในเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ (49%) และวิทยุ (41%) อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเนื้อหาดิจิทัล ความกังวลเกี่ยวกับ “ข่าวปลอม” ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากกว่าสองในสาม (68%)

มีผู้คนจำนวนเพียงหนึ่งในแปดที่ให้ความเชื่อถือ “มาก” ในข่าวสารที่เพื่อนๆ และครอบครัวแชร์ทางออนไลน์

สื่อสังคมเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับเนื้อหาข่าวสาร โดยมีประชากรในเอเชียแปซิฟิกจำนวนมากกว่าหนึ่งในสาม (37%) ที่แชร์ข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์บนสื่อสังคมอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง จำนวนนี้ยิ่งสูงกว่าในประเทศไทย (54%) เวียดนาม (50%) อินโดนีเซีย (44%) และฟิลิปปินส์ (40%)

ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ (58%) บอกว่าพวกเขาเชื่อถือในข่าวสารที่เพื่อนและครอบครัวแชร์บนสื่อสังคม มีเพียง 13% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ให้ความเชื่อถือ “มาก” ในข่าวสารที่เพื่อนและครอบครัวแชร์ทางออนไลน์ ชาวออสเตรเลียให้ความเชื่อถือในข่าวสารน้อยที่สุด โดยมี 7% ของผู้คนที่ไม่ให้ความเชื่อถือในข่าวสารที่เพื่อนและครอบครัวแชร์ จำนวนนี้เทียบได้เป็นมากกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาค 3%

ผู้ตอบแบบสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนมากกว่าครึ่งมีความคิดเห็นในเชิงลบต่อแบรนด์มากขึ้นหากพบว่าแบรนด์ดังกล่าวมีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่นำเสนอข่าวปลอม

ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในเนื้อหาที่พวกเขารับชมทางออนไลน์ และจำนวนมากกว่าครึ่ง (56%) ได้ทำการวิจัยอิสระเพื่อตรวจสอบความถูกต้องสำหรับเนื้อเรื่องของข่าว แม้ว่าผู้บริโภคจะรับทราบปัญหาเกี่ยวกับ “ข่าวปลอม” พวกเขาอาจไม่ยอมรับหากแบรนด์ประสบกับปัญหานี้ โดยผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนส่วนใหญ่ (54%) จะมีความคิดเห็นในเชิงลบต่อแบรนด์มากขึ้นหากพบว่าแบรนด์ดังกล่าวมีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่นำเสนอข่าวปลอม ยิ่งกว่านั้น ประชากรในเอเชียแปซิฟิกจำนวนสองในสาม (66%) จะเชื่อมั่นในแบรนด์น้อยลงหากพบว่ามีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่นำเสนอข่าวปลอม

54% ของผู้ตอบแบบสำรวจจะไม่ขอซื้อสินค้าของแบรนด์ที่ให้การส่งเสริมข้อมูลข่าวสารปลอมหรือชวนเชื่อในทางที่ผิดอีกต่อไป

นอกจากนี้ แบบสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าผู้ใส่ร้ายป้ายสีแบรนด์จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างไร เช่นเดียวกับมีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้บริโภคพบว่ามีแบรนด์ใดให้การส่งเสริมข้อมูลข่าวสารปลอมหรือชวนเชื่อในทางที่ผิด ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่ขอซื้อสินค้าของแบรนด์นี้อีกต่อไป (54%) หรือเลือกซื้อจากแบรนด์อื่นในอนาคต (51%) หรือบอกเล่าให้ครอบครัวและ/หรือเพื่อนได้ทราบเกี่ยวกับแบรนด์นี้ (51%) ยิ่งกว่านั้น ผู้บริโภคจำนวนสามในสิบ (29%) จะแชร์ข้อมูลนี้บนสื่อสังคม และจำนวนหนึ่งในสี่ (26%) จะลบแอป ฯ ของแบรนด์ออกจากโทรศัพท์มือถือของพวกเขา

*ข้อมูลนี้เก็บรวบรวมทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 5 ถึง 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 จากกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจของ YouGov กว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นสัดส่วนทางสถิติที่ชี้ว่าแสดงถึงประชากร ออนไลน์  ขนาดกลุ่มตัวอย่าง: เอเชียแปซิฟิก (n = 8,869; ออสเตรเลีย: 1,006; ฮ่องกง: 950; อินโดนีเซีย: 1,169; มาเลเซีย: 1,552; ฟิลิปปินส์: 1,045; สิงคโปร์: 1,062; ไทย: 1,080; เวียดนาม: 1,005)