ผู้ตอบแบบสำรวจของ APAC ต้องการรับชมการแข่งขันฟอร์มูล่าวันครั้งใหม่ในฮ่องกงมากที่สุด

ผู้ตอบแบบสำรวจของ APAC ต้องการรับชมการแข่งขันฟอร์มูล่าวันครั้งใหม่ในฮ่องกงมากที่สุด
โดย

เมื่อไม่นานนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับข้อสงสัยในอนาคตของฟอร์มูล่าวัน ในการแข่งขันแบบเฉพาะของฤดูกาลบางรายการของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในเดือนที่ผ่านมา มีรายงานแจ้งว่ารายการมาเลเซียกรังด์ปรีซ์ 2018 จะเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายในมาเลเซีย นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุว่า เบอร์นี่ เอ็คเคิลสโตน ผู้เป็นเจ้าของ F1 ยังเล็งที่จะจบการแข่งขันในสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน แม้ว่าข่าวนี้จะถูกปฏิเสธในต่อมาก็ตาม ยังคงมีข้อสงสัยต่อไปในอนาคตการแข่งขัน F1 ที่สิงคโปร์

การที่ต้องสูญเสียการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ในภูมิภาคหนึ่งหรือทั้งสองรายการย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความนิยมในกีฬานี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยครั้งใหม่โดย YouGov ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยอันดับต้นๆ ของโลกได้พบว่า ความนิยมในการแข่งขัน F1 ยังคงเข้มข้นทั่วทั้งภูมิภาคนี้

โดยรวมแล้ว ผู้ตอบแบบสำรวจใน APAC ข้างมาก (54%) ระบุว่าพวกเขามีความสนใจใน F1 โดยกีฬาประเภทนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในอินโดนีเซีย (62%) ตามด้วยมาเลเซีย (58%) ทั้งนี้การสนับสนุนยังคงเหนียวแน่นไม่แพ้กันในฮ่องกงและเวียดนาม โดยประชากร 55% จากทั้งสองกลุ่มต่างระบุว่าพวกเขาสนใจในกีฬานี้

และตรงตามภาพเหมารวมด้านเพศภาวะ F1 กระตุ้นความสนใจจากผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง โดยพบว่า 61% ของผู้ชายสนใจในกีฬาเมื่อเทียบกับ 44% ของผู้หญิง ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ชมการแข่งขันทั้งทางโทรทัศน์หรือดูสดที่สนามแข่งจึงเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง (80% และ 64% ตามลำดับ)

ผู้ชมต้องการให้จัดการแข่งขัน F1 ครั้งใหม่ๆ มากที่สุดในฮ่องกง กรุงเทพและซิดนีย์

แม้ว่ามีเพียง 15% ของผู้ชมที่เคยดูการแข่งขัน F1 สดจากสนามแข่ง ผู้ตอบแบบสำรวจ 71% ก็มีความต้องการที่จะเดินทางไปดูการแข่งเช่นกัน หนึ่งในอุปสรรค์ใหญ่สำหรับการเพิ่มยอดผู้ชมการแข่งขันจากประชากรใน APAC คือ ไม่มีรายการใดที่จัดขึ้นใกล้กับพวกเขาเลย มีการอ้างถึงปัจจัยด้านระยะทางโดยผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศจีน ฮ่องกง ประเทศไทยและเวียดนาม ให้เป็นเหตุผลอันดับแรกว่าเพราะอะไรพวกเขาจึงไม่เคยไปชมการแข่งขัน F1 ที่สนามเลย (อ้างโดยผู้ตอบ 57% ในจีน, 44% ในฮ่องกง, 49% ในประเทศไทยและ 69% ในเวียดนาม)

และสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่จัดการแข่งขัน F1 อีกหนึ่งอุปสรรค์ใหญ่คือค่าใช้จ่าย และได้รับการระบุเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดในออสเตรเลีย มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ที่ 42%, 62%, 50% และ 75% ในโพลตามลำดับ

เป็นที่หวังว่า การสูญเสียการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ในภูมิภาครายการใดๆ จะมีการทดแทน แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศรายชื่อเมืองใหม่ๆ ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไปก็ตาม และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับแนวคิดของ เบอร์นี่ เอ็คเคิลสโตน YouGov ได้ถามผู้ตอบแบบสำรวจว่าพวกเขาต้องการให้มีการจัดการแข่งขัน F1 ครั้งใหม่ๆ ที่เมือง/ประเทศใดมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จุดหมายปลายทางยอดนิยมสูงสุดสามอันดับคือ ฮ่องกง (อ้างโดย 34% จากโพล), กรุงเทพ (อ้างโดย 28% จากโพล) และซิดนีย์ (อ้างโดย 23%)

ผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าการจัดการแข่งขันกรังด์ปรีซ์จะส่งผลดีต่อประเทศเจ้าภาพ

นอกจากการมอบโอกาสให้แฟนกีฬาได้รับชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิดแล้ว ผู้ตอบแบบสำรวจยังเห็นว่าการจัดการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ยังมีคุณค่าอย่างสูง เพราะพวกเขาเชื่อว่าผลด้านบวกที่ประเทศเจ้าภาพจะได้รับย่อมคุ้มกว่ามากเมื่อเทียบกับผลด้านลบ ข้อดีจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่เล็งเห็นได้มากที่สุดคือ การส่งเสริมการท่องเที่ยว (พิจารณาเป็นข้อดีที่ 86%), ความบันเทิง (พิจารณาเป็นข้อดีที่ 79%), เศรษฐกิจโดยรวม (พิจารณาเป็นข้อดีที่ 74%), และอันดับในสากล (73%)

ชาวมาเลเซียเกือบครึ่งหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจที่จะยุติการจัดการแข่งขัน F1 ในประเทศของพวกเขา

แต่ภาพรวมในสิงคโปร์นั้นค่อนข้างจะสรุปได้ยากกว่า ขณะที่ยังคงมีความคลุมเครืออยู่มากเกี่ยวกับอนาคตของสิงคโปร์กรังด์ปรีซ์ ถึงแม้ว่าเกือบ 70% ของชาวสิงคโปร์จะเห็นว่า F1 ส่งผลดีต่อประเทศ มีเพียง 57% เท่านั้นที่อยากให้รายการนี้กลับมาในอนาคต

ขณะที่ในมาเลเซียซึ่งรายการ F1 จะไม่กลับมาจัดอีกหลังจากปี 2018 เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ (46%) บอกว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้

เฟอร์รารี่ครองอันดับหนึ่งในบรรดาแบรนด์ของ F1

แต่ทว่านานมาแล้วที่ F1 เป็นมากกว่าเพียงกีฬา รถแรง เงินสะพัด สาวสวย การได้ไปอยู่ในจุดศูนย์กลางของ F1 นับเป็นตำแหน่งที่น่าอิจฉาทีเดียว ยิ่งกว่านั้น F1 ยังเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่พึงปรารถนามากที่สุดบางแบรนด์

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อรู้ว่า แบรนด์ที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดมากที่สุดกับกีฬาประเภทนี้คือ แบรนก์รถหรูอย่างเฟอร์รารี่ ที่เป็นที่รู้จักโดย 56% ของผู้ตอบแบบสำรวจ และแบรนด์อื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ F1 เช่นกันคือ เรดบูลล์ เชลล์และเมอเซเดส ที่จัดอันดับให้โดย 43%, 39% และ 39% ของโพลตามลำดับ

ที่ผ่านมาการโฆษณาของ F1 มักตกเป็นประเด็นข้อโต้แย้งอยู่เสมอมา การโฆษณายาสูบเคยพบเห็นได้ทั่วไปใน F1 และความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างบริษัทผู้ผลิตบุหรี่และกีฬานี้อยู่ร่วมกันมาแต่เนิ่นนานในประวัติศาสตร์ของ F1 ทว่าหลังจากแรงกดดันจากสาธารณะและทัศนคติที่เปลี่ยนไปที่มีต่อการสูบบุหรี่ได้ส่งผลให้ F1 ตัดความสัมพันธ์กับแบรนด์ยาสูบไปเมื่อหลายปีที่แล้ว ในวันนี้ ข้อโต้แย้งยังคงอยู่เพื่อหาข้อสรุปว่าการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมาะสมหรือไม่

ในทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 42% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน F1 นั้นเหมาะสม เทียบกับ 37% ที่คิดต่าง ข้อยกเว้นนี้พบได้ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเพียงสองประเทศที่ผู้ตอบแบบสำรวจข้างมากเห็นว่าการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน F1 นั้นไม่เหมาะสม โดยที่ 54% ของชาวมาเลเซียและ 48% ของชาวอินโดนีเซียที่ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าการทำเช่นนั้นไม่เหมาะสม เทียบกับ 30% และ 31% ที่คิดว่าเหมาะสมในประเทศของพวกเขาตามลำดับ

ดูผลสำรวจโดยละเอียดที่นี่

ข้อมูลรวบรวมจากการวิจัยจากกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจของ YouGov และคำนวณแล้วว่าแสดงถึงประชากรทางออนไลน์ ขนาดการสำรวจ: ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (n = 9,275; ออสเตรเลีย: 1,000; จีน: 1,005; ฮ่องกง: 1000; อินโดนีเซีย: 1,001; มาเลเซีย: 1,216; ฟิลิปปินส์: 1,037; สิงคโปร์: 1,002; ประเทศไทย: 1,013; เวียดนาม: 1,001)